ก็มีหลายคนที่สอบถามกันเข้ามาเกี่ยวกับ ขั้นตอนการสกรีนโลโก้ลงบรรจุภัณฑ์ เช่น มี logo ที่ต้องการแล้ว อยากเอาไปติดบนแก้ว บนกล่อง หรือบนวัสดุที่ชอบจะต้องทำอย่างไร สำหรับวันนี้ ทางไอเดียสร้างอาชีพ จะมาเฉลยถึงขั้นตอนการเตรียมงานเหล่านั้นกัน

เผื่อใครหลายคนจะได้ไอเดียเด็ดๆ นำไปใช้ต่อยอดการทำธุรกิจต่างๆ ได้อีกหลายช่องทาง ซึ่งเรื่องนี้ก็ครอบคลุมงาน Graphic งานทำบล็อคสกรีน และรับสกรีนบรรจุภัณฑ์ ได้เป็นอย่างดี และขอเน้นย้ำว่าเรื่องนี้จะเป็นการว่าด้วยเรื่องการซิลสกรีนเท่านั้น ไม่นับรวมการสกรีนแบบอื่นๆ


hosting สำหรับ wordpress โดยเฉพาะ
hosting คุณภาพสำหรับ wordpress โดยเฉพาะ

งานซิลสกรีนบนแก้วและบรรจุภัณฑ์ มีขั้นตอนอย่างไร

เมื่อลูกค้าอยากได้งานสกรีนบนแก้วกาแฟ หรือบรรจุภัณฑ์ใดๆ ซักชิ้นหนึ่งนั้น ลูกค้าจะต้องเตรียมตัวและเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

  1. ลูกค้าต้องนำวัสดุ หรือชิ้นงานที่ต้องการสกรีน ไปให้ร้านสกรีน เพื่อจะได้ทดสอบการยึดเกาะของสีสกรีนและส่วนผสมที่ต้องใช้ต่างๆ จุดประสงค์ก็เพื่อจะได้งานสกรีนที่มีคุณภาพ ไม่ลอกหรือหลุดออกง่ายๆ ไม่ใช่ว่า นึกอยากสกรีนก็ทำลายทำบล็อคแล้วสกรีนเลย ลวดลายต่างๆ ก็อาจไม่คงทน ใช้มือขูดก็ลอก อะไรแบบนี้ แต่ถ้ามีข้อมูลส่วนนี้แล้วและมั่นใจว่ามีคุณภาพแน่นอน ก็ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้เลย
  2. ส่ง Artworks ไปให้กับร้านสกรีน ควรจะทำไฟล์ด้วยชุดสี CMYK แบบ Black 100% แยกสีตามที่ต้องการเพื่อความถูกต้อง และสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพราะบางร้านสกรีนจะคิดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหรือทำงาน artwork นี้
  3. ร้านจะส่ง แผ่นฟิล์ม สำหรับถ่ายลายลงบล็อคสกรีน มาให้ตรวจ หรือเราสามารถตรวจในขั้นตอนการ confirm สีที่ artwork ได้เลย แล้วก็รอรับบล็อคสกรีนเพื่อมาทำงานซิลสกรีนต่อไป
  4. บล็อคสกรีน หากเราไม่ได้กำหนดขนาดบล็อคสกรีนและเนื้อผ้าสกรีน ร้านจะทำให้ในแบบมาตรฐานทั่วไป หากมีการกำหนดก็ให้แจ้งในขั้นตอนใดก็ได้ก่อนจะทำการถ่ายลายลงบล็อคสกรีน
งานสกรีนแก้วกาแฟด้วยซิลสกรีน

งานซิลสกรีนแก้วกาแฟ

งานซิลสกรีนแก้วกาแฟ ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องสกรีนทรงกลม สกรีนงานด้วยบล็อคสกรีน

และมีการทำ Mold ยึดชิ้นงานให้สะดวกในการหมุน

เราจะเห็นได้ว่า กว่าจะได้งานซิลสกรีนในแต่ละชิ้นนั้น นับจากการออกแบบ Graphic หรือการดราฟชิ้นงาน มีการกำหนดขนาดและวัดระยะให้ตรงกับความต้องการ ก่อนทำการตรวจสอบ หากมีการทดสอบการยึดเกาะของหมึกพิมพ์สกรีน ก็จะใช้เวลานานเข้าไปอีก เพราะร้านสกรีนบางแห่งไม่มีเครื่องมือตรวจสอบ จะต้องส่งต่อไปยังร้านโน้นร้านนี่ ทำให้เสียเวลากันอีก

สิ่งเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการเตรียมการ หากเป็นงานซิลสกรีนทั่วไปที่เป็นบล็อคสกรีน ไม่ว่าจะเป็นกรอบไม้ หรืออะลูมิเนียม ก็มีขั้นตอนการทำงานที่ต้องใช้เวลา

การสกรีนลายบนชิ้นงานด้วยเครื่องแพด

ระบบเครื่องแพด โดยทั่วไปก็คือการปั๊มลายโดยใช้ลูกยางซิลิโคนดูดสีจากแผ่นเพลทเหล็ก ซึ่งแผ่นเพลทนี้จะมีการกัดลายตามความลึกที่ต้องการ แล้วใช้การเทสีและปาดสีให้ได้เนื้อสีลงไปในร่องลายบนเพลท แล้วใช้ลูกยางซิลิโคนที่มีความแข็งนิ่มต่างกันมากดเพื่อดึงสีแล้วนำมาปั๊มลงวัสดุหรือชิ้นงานที่ต้องการอีกทีนึง

การสกรีนด้วยระบบแพดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการสกรีนลวดลายที่เล็กๆ ขนาดตั้งแต่ 0.02 mm. ไปจนถึงไม่เกิน 60-70mm. หรือขึ้นอยู่กับคุณภาพของเพลทและหมึกพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ลายเล็กๆ มากแต่มีความคมชัดได้ดี การสกรีนด้วยระบบแพดนี้สามารถทำได้หลายสีในเวลาพร้อมกันคือ ลูกยางดูดลายของสีหนึ่งมาปั๊มก่อน แล้วไปดูดอีกสีมาปั๊มอีกครั้ง ก็จะได้งาน 2 สี โดยเครื่องแพดนั้นสามารถพิมพ์สีได้มากถึง 7 สีในเวลาเดียวกัน

งานแพดสกรีน

การสกรีนระบบแพด เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็ก หรือลวดลายโลโก้ขนาดเล็ก แต่ต้องการความคมชัดในรายละเอียด

สกรีนระบบแพด เหมาะกับงานขนาดเล็กแต่ต้องการความละเอียด

ขั้นตอนการผลิตงานสกรีนระบบแพด

  1. ลูกค้านำชิ้นงานมาทดสอบการยึดเกาะของสีและส่วนผสมต่างๆ เช่นเดียวกับการซิลสกรีนทั่วไป
  2. ร้านจะสร้าง mold หรือจิ๊กสำหรับจับยึดชิ้นงานไม่ให้ขยับ
  3. ลูกค้าส่งแบบ artwork ให้กับร้านสกรีน หากมีหลายสีก็ต้องมีการแยกสีแต่ละสีลงเพลท 1 สีเท่ากับ 1 เพลท เช่นเดียวกับการทำบล็อคซิลสกรีน คือ 1 บล็อคเท่ากับ 1 สี
  4. ร้านจะถ่ายลายลงแผ่นฟิล์มด้วยสีโหมด CMYK Black 100% ในแต่ละเฉดสี
  5. แผ่นฟิล์มจะถูกถ่ายลายและแผ่นเพลทโดยเครื่องมือ และใช้น้ำยากัดลายให้ตรงกับฟิล์ม มีการกำหนดความลึกของลวดลายที่จะกัดเป็นไมครอน (1 ไมครอน = 0.001 มิลลิเมตร)
  6. ทดสอบการแพด ด้วยการใช้ลูกยางซิลิโคนแต่ละชนิด ดูดสีจากแผ่นเพลทที่กัดลายแล้วมาปั๊มลงบนชิ้นงานเพื่อทำการทดสอบ
  7. หากลายไม่ตรงตามต้องการ จะต้องมีการแก้ไขใหม่ตั้งแต่ส่วนของ artwork และทำฟิล์มใหม่ กัดแผ่นเพลทใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำซ้ำไปมาจนกว่าจะได้ลายที่ถูกต้องและตรงตามที่ต้องการ

จะเห็นได้ว่า การสกรีนด้วยระบบแพดนั้น หากลวดลายไม่ได้ตามต้องการ จะมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมากมายหลายรอบ ยิ่งงานมีความละเอียดมาก ก็จะยิ่งแก้ไขกันหน้างานหลายรอบ แก้อาร์ต ทำฟิล์ม เจียเพลท กัดเพลท แก้อาร์ต ทำฟิล์ม กัดเพลท บลาๆ

ไม่แปลกหรอก ที่ร้านสกรีนทั่วไปจะคิดราคาของการทดสอบสำหรับเครื่องแพดในราคาที่สูง แต่ชดเชยด้วยกำไรของการรับงานแพดในจำนวนมาก เช่น รับสกรีนแพดกันไม่ต่ำกว่าพันชิ้น

การสกรีนด้วยระบบแพดนี้ สามารถแพดได้สูงสุดถึง 7 สีโดยการทำงานในขั้นตอนเดียวสำหรับเครื่องสกรีนแบบแพด ส่วนการซิลสกรีนทั่วไป จะทำได้ครั้งละ 1 สีเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อต้องการงานซิลสกรีนหลายสี (ไม่นับการสกรีนแบบกราเวียร์ หรือการใช้เครื่องรีดร้อน รีดรูปถ่ายลงเสื้อยืด) ก็จำเป็นต้องเลือกการสกรีนแบบแพดจะสะดวกกว่า แต่ก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่เยอะในการลงทุน แต่หากรับงานมาจำนวนเยอะก็จะคุ้มราคา หากมีจำนวนน้อยชิ้น และชิ้นใหญ่มากๆ แนะนำการซิลสกรีนจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า

สำหรับงานสกรีนอีกแบบที่สามารถทำได้หลายสีในครั้งเดียว ด้วยการปริ้นภาพถ่ายปกติลงในกระดาษชนิดพิเศษ แล้วใช้เครื่อง Hot Stamp หรือเครื่องรีดร้อน ทำการรีดลายลงชิ้นงานในครั้งเดียว (แต่อาจใช้เวลานานซักหน่อยในการรีด) ก็จะได้ลวดลายตามต้องการเหมือนการสกรีนเสื้อยืดที่มีลวดลายหลายสีสัน

บทสรุปของงานซิลสกรีน และแพดสกรีน

จะเห็นได้ว่า กว่าจะได้งานซิลสกรีนในแต่ละแบบ การดำเนินการไม่ได้ง่ายดายเหมือนดีดนิ้วเป๊ะ มีลูกค้าส่งภาพมาให้ดราฟแล้วอยากได้บล็อคสกรีนเลย โดยที่ไม่รู้ว่า เราต้องทำการดราฟงานให้เหมือนต้นฉบับก่อน ทำการแยกสีแต่ละเฉด แม้จะสกรีนเพียงสีเดียว แต่หากมีรายละเอียดมากก็ต้องมีการแยกสีขาว-ดำ เพื่อใช้สีขาวมาลบลายที่ไม่ต้องการออก รวมไปถึงระยะเวลาในการดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับชิ้นงานที่ลูกค้าต้องการด้วย ร้านบางแห่งไม่รับลายใหญ่เกิน 2 เมตร เพราะตู้ถ่ายลายไม่ใหญ่พอ

ร้านสกรีนบางแห่งไม่มีตัวทดสอบการยึดเกาะของสีและส่วนผสมต่าง ๆ จำเป็นต้องส่งต่อให้กับร้านที่มีความพร้อม ระยะเวลาก็จะขยายออกไป อีกทั้งการแก้ไขในกรณีที่ลายผิด หรือลายไม่ตรงตามแบบ ก็จะต้องเริ่มแก้ตั้งแต่การทำ Artwork

ไม่แปลกเลยที่งานสกรีนคุณภาพจะมีราคาที่เป็นมาตรฐาน จ่ายแพงกว่าแต่ได้คุณภาพ ดีกว่าได้งานใช้แล้วพังต้องมาทำกันหลายรอบ

หมวดหมูที่อยากนำเสนอ

อ่านกันเอาเองว่ามีอะไรบ้าง ด้านล่างนี้ไง

รีวิว

บ้ารีวิว มุมรีวิวสินค้า เหี้ยเอ้ย

กูก็ไม่ค่อยจะได้ซื้ออะไรในชีวิตประจำวัน จะเขียนรีวิวห่าเหวอะไรนักหนา เอาเป็นว่า อันไหนซื้อมาแล้วใช้ดีก็บอกดี อันไหนซื้อมาแล้วห่วยแตก ถ้าเขียนว่าห่วย เหี้ย แม่งก็คงฟ้องกูแน่ แต่เอาเป็นว่า ถ้ามันเหี้ยจริงๆ กูจะไม่เอามารีวิวล่ะนะ

รีวิวแม่งหมดยันชีวิตตัวเอง สลัด

Review
ทุกปัญหาแมวมึงช่วยได้

ทุกปัญหา แมวมึงช่วยแก้ได้

ห่านจิก แมวมันทำได้แค่ร้องเหมียวๆ จะไปช่วยแก้ปัญหาได้ยังไง ต้องมานี่เลย รวมวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ในแบบที่ทุกคนเข้าใจทำตามได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอมฯ ปัญหาการเล่น Social ปัญหาชีวิต ปัญหาไร้สาระ ลองอ่านกันดูแล้วคุณจะรู้ว่า ทุกปัญหา แม่งเหี้ย..เหมือนกันหมด

แต่มันต้องใช้เวลา ก็ค่อยๆ แก้กันไปเนาะ ฉู้ๆ

How to